Hub of Talents
to Support Net Zero GHG Emissions

Expert Information form

มจธ. ไบโอเทคและสหวิริยาสตีลอินดัสตรีเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยสาหร่ายเพื่อการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 คณะนักวิจัยจากบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) สถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ มจธ. และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค สวทช.) ได้เข้าเยี่ยมชมโรงงานและร่วมประชุมหารือแนวทางความร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนด้วยสาหร่ายสำหรับการประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม กับบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) (SSI) ณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

การเยือนครั้งนี้ดำเนินการภายใต้ ภายใต้โครงการวิจัย “การสร้างสาหร่ายสายพันธุ์ใหม่ด้วยนวัตกรรมชีววิทยาสังเคราะห์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์จากอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ของประเทศไทย” ที่มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์โดยใช้สาหร่ายสำหรับการประยุกต์ใช้เชิงพาณิชย์ โดยใช้เทคโนโลยีชีววิทยาสังเคราะห์ในการออกแบบและปรับปรุงสายพันธุ์สาหร่ายขนาดเล็กให้มีประสิทธิภาพในการใช้คาร์บอนไดออกไซด์สูงขึ้น และมีความทนทานต่อความร้อนและความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับสูง พร้อมทั้งพัฒนาระบบเพาะเลี้ยงที่ยั่งยืนโดยบูรณาการเทคโนโลยีด้าน Photobioreactor ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นการบูรณาการการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์กับกิจกรรมทางการเกษตร (AgriPV) และ CO2 Nanobubble และพัฒนาการใช้ประโยชน์จากสาหร่ายในรูปแบบผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง

คณะวิจัยนำโดย ศ. ดร. นวดล เหล่าศิริพจน์ ผู้อำนวยการ JGSEE ได้รับการต้อนรับจาก คุณสมศักดิ์ พิฆเนศวร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสำนักเทคโนโลยีพลังงานและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยตัวแทนฝ่ายผลิตของ SSI  คณะได้เข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตเหล็กและห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีชีวภาพและพลังงานของบริษัท

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของการเยือนครั้งนี้คือการสำรวจพื้นที่สำหรับติดตั้งเครื่องต้นแบบถังปฏิกรณ์ (Reactor) โดยเครื่องต้นแบบดังกล่าวจะใช้สำหรับทดสอบระบบดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งสายพันธุ์สาหร่ายขนาดเล็กที่พัฒนาด้วยนวัตกรรมชีววิทยาสังเคราะห์ จะใช้คาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยจากโรงงานเป็นแหล่งคาร์บอนสำหรับการเจริญเติบโต การทดสอบนี้จะช่วยให้คณะวิจัยสามารถประเมินประสิทธิภาพของเทคโนโลยีภายใต้สภาวะการใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการผลักดันไปสู่การประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์

ภายหลังการเยี่ยมชมพื้นที่ ผู้แทนจากทั้งสองฝ่ายได้ร่วมประชุมหารือแนวทางความร่วมมือและการต่อยอดงานวิจัยในระยะต่อไปเพื่อผลักดันเทคโนโลยีการดูดซับและใช้ประโยชน์จากคาร์บอน (CCU) ออกจากห้องปฏิบัติการสู่การประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมายการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ได้อย่างยั่งยืน

Scroll to Top